...

รับว่าความ คดีอาญา คดีแพ่ง คดีปกครอง คดีทั่วไป รับทำบัญชี ทั่วราชอาญาจักร
ติตต่อ เบอร์โทร 0-2513-1833
แฟกซ์ 0-2930-2752
อีเมล์แอดเดรส
sutthirojlaw@hotmail.com

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รายงานการประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข ครั้งที่ 54-2/2552 วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552

รายงานการประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข

ครั้งที่ 54-2/2552

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552

ณ ห้องประชุมสมบูรณ์ วัชโรทัย

อาคาร 1 ชั้น 2 ตึกกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี

******************************

คณะกรรมการผู้มาประชุม

1. นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา

แทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ประธานการประชุม

2. นพ.มานิตย์ ธีระตันติกานนท์

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

กรรมการ

3. นายวรศาสน์ อภัยพงษ์

แทนอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ

กรรมการ

4. นางมาลี พงษ์โสภณ

แทนอธิบดีกรมควบคุมโรค

กรรมการ

5. นายไพโรจน์ แก้วมณี

แทนเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

กรรมการ

6. นางพรทิพย์ จิรศรีสกุล

แทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กรรมการ

7. นายวินัย ลัฐิกาวิบูลย์

แทนอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กรรมการ

8. นายยงยุทธ ทองสุข

แทนอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

กรรมการ

9. นางภาวนาฏ บุนนาค

แทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร

กรรมการ

10. นายสนธิ คชวัฒน์

แทนเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กรรมการ

11. นางอินจิรา นิยมธูร

แทนปลัดกรุงเทพมหานคร

กรรมการ

12. นายสุคนธ์ เจียสกุล

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

กรรมการ

13. ศ.(พิเศษ)เรวัติ ฉ่ำเฉลิม

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

กรรมการ

14. นายสมชาย ตู้แก้ว

แทนอธิบดีกรมอนามัย

กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการผู้ไม่มาประชุมเนื่องจากติดราชการ/ภารกิจ

15. อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง

กรรมการ

16. นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย

กรรมการ

17. นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย

กรรมการ

18. นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย

กรรมการ

19. ศ.ดร.สุนีย์ มัลลิกะมาลย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

กรรมการ

20. ศ.พิชิต สกุลพราหมณ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

กรรมการ

ผู้เข้าร่วมประชุม

1. นายไพโรจน์ สันตนิรันดร์

ผอ.กองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย กทม.

2. นายจตุพร สังข์ทอง

นิติกร 4 เทศบาลเมืองบ้านบึง

3. น.ส.บัวทิพย์ ลิ้มภักดี

เจ้าพนักงานธุรการ เทศบาลเมืองบ้านบึง

ผู้เข้าร่วมประชุม (ต่อ)

 

4. นางนภพรรณ นันทพงษ์

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

5. น.ส.อังคณา คงกัน

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

6. นายโสภณ หมวดทอง

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

7. นายสมศักดิ์ ศิริวนารังสรรค์

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม

8. น.ส.ชมพูนุช คงสุขเลิศ

นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กรมควบคุมมลพิษ

9. นางสุรางค์ ศรีบุญเรือง

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กองสุขาภิบาลชุมชนฯ

10. นายสุชาติ สุขเจริญ

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ

11. นางพรพรรณ ไม้สุพร

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

12. นางสุวรรณา จีรโภคากุล

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

13. นางวิไลวรรณ มาเจริญทรัพย์

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

14. น.ส.วิภา รุจิจนากุล

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

15. นายสุพจน์ อาลีอุสมาน

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

16. นายเจนวิทย์ วิทยเดช

นิติกร ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

17. นายศุภชัย เครือเมฆ

พนักงานพิมพ์ดีดชั้น 3 ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

18. นายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล

นายกสมาคมสนามกอล์ฟไทย

19. นายบัณฑูร ชุณหสวัสดิกุล

เลขานุการสมาคมสนามกอล์ฟไทย

20. นายสมโภชน์ กาญจนาภรณ์

ผู้ทรงคุณวุฒิ สมาคมสนามกอล์ฟไทย

21. นางสุนันทา สมบุญธรรม

กรรมการ สมาคมสนามกอล์ฟไทย

22. นายธนัญ โสรัจจ์

กรรมการ สมาคมสนามกอล์ฟไทย

23. นายสมจิต ทองเผือก

ผู้เชี่ยวชาญด้านบำรุงรักษาสภาพแวดล้อม สมาคมสนามกอล์ฟไทย

เริ่มการประชุมเวลา 13.45 น.

วาระที่ 1 เรื่องประธานแจ้งที่ประชุมทราบ

ประธานการประชุม(นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย)แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ประธานคณะกรรมการสาธารณสุขติดราชการสำคัญ จึงได้มอบหมายให้อธิบดีกรมอนามัยทำหน้าที่ประธานการประชุม และอธิบดีกรมอนามัยได้มอบให้ผู้อำนวยการศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข(นายสมชาย ตู้แก้ว)ทำหน้าที่เลขานุการการประชุมแทน

มติคณะกรรมการฯ รับทราบ

/วาระที่ 2........

วาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข ครั้งที่ 53-1/2552

แก้ไขหน้าที่ 1 บรรทัดที่ 2 คำว่า “แทนอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ”

แก้ไขเป็น “อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ”

มติคณะกรรมการฯ รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 53-1/2552

วาระที่ 3 เรื่องสืบเนื่อง

ประธานการประชุมหารือต่อที่ประชุมว่า ขอให้เลื่อนวาระที่ 3.3 ตามระเบียบวาระการประชุมขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรกเพื่อให้คณะกรรมการฯได้รับฟังคำชี้แจงและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสมาคมสนามกอล์ฟไทย ต่อกรณีที่ขอให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

มติคณะกรรมการฯ เห็นชอบตามที่ประธานฯเสนอ

3.1 เรื่องสมาคมสนามกอล์ฟไทยขอให้พิจารณายกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการสนามกอล์ฟเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ความเป็นมา

สืบเนื่องจากสมาคมสนามกอล์ฟไทยได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการสาธารณสุขขอให้พิจารณายกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และประธานคณะกรรมการสาธารณสุขได้แจ้งให้ฝ่ายเลขาฯเชิญผู้แทนจากสมาคมสนามกอล์ฟไทยเข้าร่วมชี้แจงในการประชุมคณะกรรมการสาธารณสุขในครั้งนี้ด้วย ซึ่งนายกสมาคมสนามกอล์ฟไทยได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงความจำเป็นที่ขอให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เนื้อหาสรุปได้ดังนี้

1. กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่ส่งเสริมกีฬาและสุขภาพให้แก่คนทุกเพศทุกวัย เป็นกีฬาที่ได้รับการส่งเสริมและยอมรับจากทั่วโลก

2. กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและนำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก

3. กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟช่วยสร้างอาชีพและก่อให้เกิดการจ้างงาน ไม่น้อยกว่า 100,000 ตำแหน่ง

4. สนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟส่งเสริมสภาพสิ่งแวดล้อมในทางบวกเป็นเหมือนสวนสาธารณะและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์จำนวนมาก

5. สนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย แต่ละแห่งมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชน้อยกว่าการทำการเกษตรอย่างอื่นในอัตราเนื้อที่ที่เท่ากัน มีการเก็บสำรองน้ำไว้ใช้เอง ไม่ได้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะหรือแย่งน้ำจากเกษตรกร

/6. การกำหนด........

6. การกำหนดให้กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมีการนำเสนอข่าวไปทั่วโลก ส่งผลกระทบด้านลบต่อภาพลักษณ์ของกิจการ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มาใช้บริการ รายได้ของประเทศลดลง

7. หากยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องดังกล่าว จะทำให้ภาพลักษณ์ของการประกอบกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟดีขึ้น สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ จะมีผลดีมากกว่าผลเสีย ซึ่งการยกเลิกสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาเพราะเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ความเห็นที่ประชุม

คณะกรรมการฯ ได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุมในประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง พอสรุปได้ดังนี้

1. กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมีที่มาจากกิจการที่น่ารังเกียจตามพรบ.สาธารณสุข พ.ศ.2484 และเมื่อมีการยกร่างพรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ”กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” ซึ่งจากการประชุมพิจารณาทบทวนกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อปี พ.ศ. 2551 คณะกรรมการฯที่เข้าประชุมเห็นพ้องร่วมกันว่า กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ควรเปลี่ยนไปใช้ชื่ออื่นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนไปใช้ชื่ออื่นต้องแก้ไขในตัวกฎหมายซึ่งต้องมีกระบวนการดำเนินงานหลายขั้นตอน ใช้เวลามาก และขณะนี้ยังมีความคืบหน้าไม่มากนัก

2. กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่มุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพแต่ต้องมีการควบคุมกำกับดูแลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้อำนาจตามมาตรา 32 แห่งพรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ประกาศกำหนดประเภทกิจการและหลักเกณฑ์เงื่อนไขควบคุมดูแลกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในท้องถิ่นของตน แต่ข้อเท็จจริงในขณะนี้คือ ท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าว

3. เหตุผลในการเสนอให้ยกเลิกการประกอบกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟออกจากกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพยังมีข้อขัดแย้งทางวิชาการ เนื่องจากผลการศึกษาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพบว่า กิจการสนามกอล์ฟมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเรื่องการใช้น้ำ การใช้สารเคมี การใช้สารกำจัดแมลง ฯลฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อกำหนดให้กิจการสนามกอล์ฟเป็น 1 ใน 17 ประเภทที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างรุนแรง และหากจะยกเลิกการประกอบกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟออกจากกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพควรพิจารณากิจการประเภทอื่นด้วย เช่น การประกอบกิจการประเภทรำวง รองเง็ง เป็นต้น

4. ลักษณะการประกอบกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน โดยสนามกอล์ฟส่งผลกระทบในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนสนามฝึกซ้อมกอล์ฟส่งผลกระทบทางด้านเหตุรำคาญ จึงเสนอให้พิจารณาแยกกัน

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(ศ.พิเศษเรวัติ ฉ่ำเฉลิม) ได้ให้ข้อสังเกตต่อที่ประชุมว่า การใช้กฎหมายจะต้องสนับสนุนการพัฒนาประเทศ หากมีการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมแล้วผู้เสียหายสามารถร้องต่อศาลปกครอง

/ให้ยกเลิก............

ให้ยกเลิกกฎหมายนั้นได้ ซึ่งการใช้กฎหมายเพื่อควบคุมดูแลกิจการใดๆจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าสามารถควบคุมการประกอบกิจการนั้นได้จริงหรือไม่ มีความเหมาะสมและมีกฎหมายอื่นที่ควบคุมอยู่แล้วหรือไม่ ซึ่งโดยปกติกีฬากอล์ฟไม่น่าจะเกิดอันตราย เว้นแต่เล่นโดยไม่ถูกวิธี

มติคณะกรรมการฯ

เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการพิจารณาและตัดสินใจของคณะกรรมการสาธารณสุขจึงสมควรให้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาผลกระทบต่อสุขภาพจากกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ โดยมอบหมายให้นายสุคนธ์ เจียสกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานและมีผู้แทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะอนุกรรมการด้วย มีระยะเวลาดำเนินการ 4 เดือน ให้นำกรอบของการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพมาเป็นแนวทางในการทำงาน และแยกประเด็นการพิจารณากิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟออกจากกัน

3.2 การออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อกำหนดให้การประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ความเป็นมา

ฝ่ายเลขาฯ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญกรมอนามัยเข้าร่วมพิจารณาแก้ไขปัญหาการให้บริการข้อสัญญาและการปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาของสถานบริการออกกำลังกาย (ฟิตเนส) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2552 เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก กรมอนามัยได้รายงานถึงการดำเนินงานในส่วนของกรมอนามัย โดยมีกรอบการดำเนินงานและระยะเวลา ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้รายงานว่าอยู่ระหว่างดำเนินการให้กิจการสถานบริการออกกำลังกายเป็นกิจการที่ต้องควบคุมสัญญา เพื่อมิให้เกิดการหลอกลวงหรือเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการเห็นว่าการดำเนินงานทั้งในส่วนของกรมอนามัยและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร ไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและสำนักอัยการสูงสุดร่วมทำประกาศในเรื่องการดำเนินงานของสถานบริการออกกำลังกายที่มีการทำสัญญากับผู้บริโภคต้องมีเนื้อหา ข้อกำหนดเงื่อนไขอะไรบ้าง รวมถึงข้อมูลจากกรมอนามัยเกี่ยวกับมาตรฐานที่จำเป็นของสถานบริการออกกำลังกายเพื่อแจ้งประชาชนโดยเร็วที่สุด และในวันที่ 2 เมษายน 2552 คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมอนามัยให้พิจารณาดำเนินการ 2 ข้อดังนี้

1) ให้กรมอนามัยในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข 2535 เร่งผลักดันให้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อกำหนดให้การประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

2) เร่งผลักดันและประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐานของสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคโดยส่วนรวม ตลอดจนเพื่อเป็นการกำหนดให้สถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายมีมาตรฐานซึ่งต้องได้รับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของรัฐ

/กองออกกำลังกาย..........

กองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย ได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ประจำปี 2552 โดยมีแผนการดำเนินงานดังนี้

1) ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ มาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกาย จำนวน 3 ครั้ง

- ครั้งที่ 1/2552 วันที่ 9 ธันวาคม 2551

- ครั้งที่ 2/2552 วันที่ 19 พฤษภาคม 2552

- ครั้งที่ 3/2552 เดือนสิงหาคม 2552

2) จัดจ้างสำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพ อันเกิดจากการให้บริการของสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

3) จัดทำเอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ คู่มือเกณฑ์มาตรฐานของสถานประกอบกิจการฯ และเอกสารคู่มือประชาชนในการเลือกใช้บริการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

สำหรับความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการฯ มีดังนี้

1) การประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ มาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกาย ครั้งที่ 2/2552 วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 ณ ห้องประชุมกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ผลการประชุมโดยสังเขป ดังนี้

1.1) อนุกรรมการที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 22 คน โดยมีนายแพทย์โสภณ เมฆธน รองอธิบดีกรมอนามัย ซึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการ เป็นประธานการประชุม

1.2) ที่ประชุมรับรองข้อแนะนำมาตรฐานสำหรับสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 5 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานด้านสถานที่หรือตัวอาคารและห้องออกกำลังกาย มาตรฐานด้านอุปกรณ์และเครื่องมือออกกำลังกาย มาตรฐานด้านสมาชิกและการบริการสมาชิก มาตรฐานด้านบุคลากรผู้ให้บริการ มาตรฐานด้านความปลอดภัยและขั้นตอนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

1.3) ที่ประชุมมีมติ ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการสาธารณสุข เพื่อประกาศให้สถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและให้นำข้อเท็จจริงที่ได้จากการจ้างสำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพอันเกิดจากการให้บริการของสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมาประกอบการพิจารณา

1.4) ที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะการสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาศักยภาพสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพต่อเนื่องระยะเวลาประมาณ1-2 ปี โดยลักษณะการขับเคลื่อนโครงการเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับพันธมิตรและเครือข่ายสถานประกอบกิจการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อเผยแพร่ข้อแนะนำให้สถานประกอบกิจการนำไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพและร่วมกันจัดทำเกณฑ์มาตรฐานที่ได้ประโยชน์ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ และหากสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ(ฟิตเนส)จะควบคุมตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ให้เลือกเฉพาะมาตรฐานที่จำเป็นในประเด็นที่เป็นสาธารณะและมีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ที่กฎหมายไม่สามารถยกเว้นให้ได้

/1.5) ที่ประชุมมอบหมาย ……..

1.5) ที่ประชุมมอบหมายให้กองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ พิจารณาคัดเลือกและยกร่างมาตรฐานที่จำเป็นที่จะประกาศเป็นมาตรการด้านกฎหมายพร้อมแนวทาง การติดตามประเมินผลและให้นำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป

2) การจัดจ้างสำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพอันเกิดจากการให้บริการของสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย ได้ดำเนินการทำสัญญาจัดจ้างสำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพฯ โดยทางมหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้อาจารย์สิทธา พงษ์พิบูลย์ และอาจารย์ฉัตรชัย มะสุนสืบ เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลโดยสอบถามจากผู้ใช้บริการสถานประกอบกิจการและผู้ประกอบกิจการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จและรายงานผลภายในเดือนสิงหาคม 2552

ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา

เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสาธารณสุขเพื่อทราบ

ความเห็นของที่ประชุม

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(ศ.พิเศษเรวัติ ฉ่ำเฉลิม)ได้ให้ข้อสังเกตต่อที่ประชุมในกรณีนี้ว่า ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าการออกกำลังกายเป็นอันตรายหรือไม่ หรือเป็นอันตรายเพราะมีคนมาอยู่รวมกันจำนวนมาก เพราะการเล่นกีฬาทุกประเภทย่อมไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพเว้นแต่เล่นไม่ถูกวิธี ฉะนั้น การควบคุมควรอยู่ตรงไหนจึงจะเหมาะสม

มติคณะกรรมการฯ รับทราบการดำเนินงานตามที่เสนอ

3.3 การจัดทำคำแนะนำคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง แนวทางการควบคุมการประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ

ความเป็นมา

ฝ่ายเลขาฯ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า การประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข ครั้งที่ 53-1/2552 วันที่ 28 มกราคม 2552 วาระที่ 4.1.1 ข้อหารือของกรุงเทพมหานคร เรื่อง การประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ที่ประชุมมีมติว่าการประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเป็นกิจการ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ 5/2538 เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กิจการที่ 3(19) การผลิตน้ำกลั่น น้ำบริโภค และให้อนุกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์มาตรฐานกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จัดทำร่างคำแนะนำในเรื่องดังกล่าวเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสาธารณสุข นั้น

กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัยได้จัดทำร่างข้อกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตน้ำดื่มโดยตู้หยอดเหรียญเรียบร้อยแล้วและได้นำมาจัดทำร่างคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง แนวทางการควบคุมการประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ โดยแบ่งออกเป็น 7 ประเด็น คือ 1) นิยาม

/2) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับ............

2) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสถานที่ตั้ง 3) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณลักษณะของตู้น้ำ 4) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับแหล่งน้ำและการปรับปรุงคุณภาพน้ำ 5) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพมาตรฐานน้ำบริโภค 6) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบำรุงรักษาและการทำความสะอาด 7) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบันทึกและการรายงาน

ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา

คณะกรรมการสาธารณสุขจะเห็นชอบกับร่างคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง แนวทางการควบคุมการประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอหรือมีความเห็นเป็นประการอื่นใด

ความเห็นที่ประชุมฯ

คณะกรรมการฯได้เสนอความเห็นในประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง พอสรุปเนื้อหาได้ดังนี้

1. ให้แก้ไขเนื้อหาในร่างคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง แนวทางการควบคุมการประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ดังนี้

1) ข้อที่ 2.1 และ 2.2 คำว่า “ควร” ให้เปลี่ยนเป็น “ต้อง”

2) ข้อ 3.3 ให้เปลี่ยนเป็นคำว่า “หัวจ่ายน้ำและส่วนที่สัมผัสน้ำต้องทำจากวัสดุที่ใช้กับอาหารเท่านั้น (Food Grade) และหัวจ่ายน้ำต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร

3) ข้อ 4.1 ให้ตัดคำว่า “พอสมควร” ออก

4) ข้อ 6.4 ให้เพิ่มคำว่า “หรือเมื่อพบผลการตรวจผิดปกติเกินมาตรฐาน”

5) คำว่า “หลักเกณฑ์” ที่ปรากฏในร่างคำแนะนำเป็นหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติจริงหรือไม่

ส่วนข้อเสนออื่นๆ เช่น ระยะห่างจากถนน ความสูงของหัวจ่ายน้ำ วิธีการควบคุมคุณภาพน้ำ การบำรุงรักษาและการรักษาความสะอาด การควบคุมไฟฟ้า ฯลฯ ให้ไปกำหนดรายละเอียดในคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับผู้ประกอบการ

2. การออกประกาศว่ากิจการใดเป็นอันตรายต่อสุขภาพจะต้องมีการจัดทำคำแนะนำและคู่มือการปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ (Code of Practice) เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นนำไปใช้เป็นแนวทางออกข้อกำหนดกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั่วไปสำหรับผู้ประกอบกิจการปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลสภาพหรือสุขลักษณะ ตามมาตรา 32 (2) ของพรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และอาจใช้เป็นข้อกำหนดในการขอต่ออายุใบอนุญาตด้วย โดยมอบให้เป็นหน้าที่ของสำนักวิชาการที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการและจะต้องมีการวางแผนว่าจะถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังราชการส่วนท้องถิ่นได้อย่างไรต่อไป

3. การควบคุมคุณภาพน้ำบริโภคมีประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งใช้อำนาจตามพรบ.อาหาร พ.ศ.2522 ควบคุมอยู่แล้ว แต่การควบคุมการประกอบกิจการจะต้องอาศัยอำนาจตามพรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วจะต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันจึงจะควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งในกรณีนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(ศ.พิเศษเรวัติ ฉ่ำเฉลิม) ได้ให้ข้อสังเกตว่า โดยปกติแล้วการออกกฎหมายแต่ละฉบับจะเสริมกัน เพราะผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงานที่ใช้กฎหมาย อาจเป็นเพราะ

/ไม่เข้าใจ..............

ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมาย จึงควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจและดำเนินงานไปด้วยกัน

มติคณะกรรมการฯ

ที่ประชุมมีมติรับร่างคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง แนวทางการควบคุมตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ และมอบหมายให้กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย จัดทำคู่มือการปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการด้วย

วาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

เนื่องจากเวลาการประชุมได้ล่วงเลยไปมาก ฝ่ายเลขาฯเสนอต่อที่ประชุมว่า ให้ถอนวาระที่ 4.1 การพิจารณาร่างกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. ...... ไปในการประชุมคราวต่อไป และให้เลื่อนวาระที่ 4.2 ขึ้นมาพิจารณาแทนวาระที่ 4.1

มติคณะกรรมการฯ เห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขาฯ เสนอ

4.1 การแก้ไข/เพิ่มเติมคำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ

ความเป็นมา

ฝ่ายเลขาฯได้นำเสนอต่อที่ประชุมว่า หน่วยงานในกรมอนามัยได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน ส่งผลให้คณะอนุกรรมการเดิมไม่สอดคล้องกับผู้รับผิดชอบที่เปลี่ยนแปลงใหม่ ฝ่ายเลขานุการฯ จึงเห็นควรแก้ไข/เพิ่มเติมคำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 2 คณะ โดยการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะอนุกรรมการให้สอดคล้องเหมาะสมและเป็นปัจจุบัน ดังนี้

4.1.1 คณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดมาตรฐานวิชาการที่ใช้ในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย และอัตราค่าธรรมเนียมในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 จำนวนองค์ประกอบเดิม 25 คน จำนวนองค์ประกอบใหม่ 23 คน

4.1.2 คณะอนุกรรมการพิจารณายกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร จำนวนองค์ประกอบเดิม 28 คน จำนวนองค์ประกอบใหม่ 28 คน

ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา

คณะกรรมการสาธารณสุขจะเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอหรือมีความเห็นเป็นประการอื่นใด

ความเห็นที่ประชุมฯ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(นายสุคนธ์ เจียสกุล) เสนอต่อที่ประชุมว่า ควรให้คณะอนุกรรมการและคณะทำงานแต่ละชุดที่ได้รับการแต่งตั้งต้องรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการสาธารณสุขทุกครั้ง

มติคณะกรรมการฯ

เห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขาฯเสนอ และให้บรรจุเรื่องการรายงานความก้าวหน้าของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานชุดต่างๆ เป็นวาระประจำ

/วาระที่ 5..............

วาระที่ 5 เรื่องเพื่อทราบ

5.1 การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ (แก้ไข/เพิ่มเติม)

ความเป็นมา

ตามมติการประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข ครั้งที่ 53-1/2552 เมื่อวันพุธที่ 28 มกราคม 2552 เห็นชอบให้แก้ไข/เพิ่มเติมคำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 9 ฉบับ ดังนี้

1) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 1/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

2) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 2/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ

3) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 3/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาทบทวนประเภทกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

4) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 4/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเสนอข้อเท็จจริงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

5) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 5/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดมาตรฐานวิชาการที่ใช้ในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย และอัตราค่าธรรมเนียมในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

6) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 6/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์ มาตรฐานกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

7) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 7/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ มาตรฐาน กิจการให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

8) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 8/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรการในการควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ฉบับที่..) พ.ศ. ....

9) คำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุข ที่ 9/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

ทั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการได้แจ้งให้สำนัก/กองวิชาการที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการทราบแล้ว

มติคณะกรรมการ รับทราบตามที่ฝ่ายเลขาฯเสนอ

วาระที่ 6 เรื่องอื่นๆ

ไม่มี

ปิดการประชุม เวลา 16.45 น.

นายสุพจน์ อาลีอุสมาน บันทึกรายงานการประชุม

นายสมชาย ตู้แก้ว ตรวจรายงานการประชุม

การศึกษาผลกระทบจากกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

การศึกษาผลกระทบจากกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

โดย นางพรพรรณ ไม้สุพร นักวิชาการสาธารณสุข 7 ว

นางนัทฐ์หทัย ไตรฐิ่น นักวิชาการสาธารณสุข 7 ว

นางวิไลวรรณ มาเจริญทรัพย์ นักวิชาการสาธารณสุข 7 ว

ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข กรมอนามัย

1. บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้สืบเนื่องจากสมาคมสนามกอล์ฟไทยได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า ได้รับความเดือดร้อน ไม่เป็นธรรมและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา รวมทั้งการส่งเสริมกีฬากอล์ฟ จากการบังคับใช้ของกฎหมาย 2 ฉบับ คือ 1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 5/2538 ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งกำหนดให้กิจการสนามกอล์ฟหรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และ 2) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 กำหนดให้สนามกอล์ฟเป็นกิจการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนกฎหมายดังกล่าวด้วยนั้น

กระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการสาธารณสุขจึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการ

พิจารณาทบทวนประเภทกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพศึกษาเป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อหาข้อสรุปว่ากิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือเป็นกิจการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ โดยทำการศึกษาจากเอกสาร ผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง จากการเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าของหรือผู้จัดการ แค้ดดี้ พนักงาน ผู้รับบริการ ครูฝึก และประชาชนผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ตลอดจนการเก็บข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง รวม 9 จังหวัด ผลการศึกษาพบว่า กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟมีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ตลอดจนทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงและผลกระทบจากการใช้สารเคมีในสนามกอล์ฟซึ่งในต่างประเทศพบว่ามีการใช้สารเคมีจำนวนมากและหลายชนิด จากปุ๋ยยาฆ่าแมลง และยาปราบศัตรูพืช ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ให้บริการ ผู้รับริการ และผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ในด้านความคิดเห็นของผู้ประกอบกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นกิจการที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพที่ควรมีการควบคุม แต่ควรเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อมิให้ขัดต่อกิจการที่เป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย

โดยมีข้อเสนอต่อคณะกรรมการสาธารณสุขว่า การประกอบกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟก่อให้เกิดผลกระทบทางบวก โดยเฉพาะสุขภาพอนามัยและความสัมพันธ์ของคนกลุ่มต่างๆรวมทั้งผลทางเศรษฐกิจ การสร้างงานแล้ว ยังก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดังนั้นกิจการนี้จึงจำเป็นต้องถูกควบคุมเพื่อให้มีการดำเนินการที่ได้มาตรฐานและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ สังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อมด้วย แต่ทั้งนี้ควรเปลี่ยนชื่อ “กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” เป็น “กิจการที่ต้องควบคุมเพื่อคุ้มครองสุขภาพ” แทน เพื่อสื่อให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ว่าจำเป็นต้องควบคุม แต่ไม่ถึงขั้นที่จะทำให้น่ากลัวอันตราย หรือมองไปในทางลบทั้งหมด

2. บทนำ

สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข แจ้งรายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ กรณีที่สมาคมสนามกอล์ฟไทยได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกีฬาว่าได้รับความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมอันเนื่องจากการบังคับใช้กฎหมาย 2 ฉบับ คือ

1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 5/2538 ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งกำหนดให้กิจการสนามกอล์ฟหรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และ

2) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 (ฉบับที่

4) พ.ศ. 2546 กำหนดให้สนามกอล์ฟเป็นกิจการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยได้สรุปว่ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ส่งผลให้เกิดสภาพ

ความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบกิจการสนามกอล์ฟ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและส่งเสริมกิจการสนามกอล์ฟ กีฬากอล์ฟ และนโยบายสนับสนุนส่งเสริมกิจการการท่องเที่ยวของรัฐบาล จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนกฎหมายดังกล่าว และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาวิจัยสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟว่าเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือเป็นกิจการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เพื่อนำผลการศึกษาวิจัยไปใช้ประกอบในการแก้ไขกฎหมายต่อไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี(นายจาตุรนต์ ฉายแสง) และรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) มีบัญชาให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการคลัง พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วรายงานให้คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทราบต่อไปด้วย นั้น

กระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการสาธารณสุขได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ

พิจารณาทบทวนประเภทกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำหน้าที่พิจารณาทบทวนแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ 5/2538 เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทุกกิจการ รวมทั้งศึกษาเป็นการเร่งด่วน กรณีกิจการสนามกอล์ฟหรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟว่าควรจะประกาศยกเลิกการเป็นกิจการที่ต้องควบคุมในลักษณะกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ และคณะอนุกรรมการฯได้มอบหมายให้กลุ่มบริหารกฎหมายสาธารณสุข กรมอนามัย ศึกษาผลกระทบของกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ เพื่อประกอบในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ

3. วัตถุประสงค์

1. เพื่อหาข้อสรุปว่ากิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นกิจการที่เป็นอันตราย

ต่อสุขภาพหรือเป็นกิจการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่

2. เพื่อรายงานผลการศึกษาให้คณะกรรมการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา

และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทราบ

4. วิธีการดำเนินงาน

ในการศึกษาผลกระทบของกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ ว่าเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่นั้น ได้ใช้คำนิยามของคำว่า “กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” เป็นกรอบในการกำหนดแนวทางการศึกษา ทั้งนี้โดยศึกษาเพื่อหาข้อมูลว่ากิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟเป็นการให้บริการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ให้บริการหรือผู้ปฏิบัติงานในสถานที่นั้น หรือมีผลกระทบต่อผู้รับบริการ หรือผลกระทบต่อประชาชน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นคณะผู้ศึกษาจึงได้กำหนดขอบเขตการศึกษาเป็น 4 ส่วน คือ 1) ศึกษาผลกระทบต่อผู้ให้บริการ 2) ศึกษาผลกระทบต่อผู้รับบริการ 3) ศึกษาผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ และ 4) ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในการศึกษาครั้งนี้มีข้อจำกัด คือ เนื่องจากมีระยะเวลาและงบประมาณจำกัด จึงได้ศึกษาข้อมูลจากสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง โดยใช้วิธีการสอบถามด้วยแบบสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพ แต่ข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้สารเคมีและการใช้น้ำนั้น ต้องศึกษาด้วยวิธีการอื่นเพิ่มเติม ในที่นี้จึงได้ใช้วิธีการทบทวนจากเอกสารเป็นหลัก

4.1 พื้นที่ศึกษา

สำรวจเก็บข้อมูลสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ รวม 22 แห่ง ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดนครนายก

4.2 เครื่องมือศึกษา

เก็บข้อมูลโดยใช้วิธีการจัดทำแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง และการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลผลกระทบจากกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ ดังนี้

1) ศึกษาผลกระทบต่อผู้ให้บริการ โดยการสอบถามข้อมูลจากเจ้าของหรือผู้จัดการสนามกอล์ฟ

และสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ แค้ดดี้ พนักงาน

2) ศึกษาผลกระทบต่อผู้รับบริการ โดยการสอบถามข้อมูลผู้มาใช้บริการโดยตรง และมีข้อมูล

ทางอ้อมโดยการสอบถามเจ้าของหรือผู้จัดการ แค้ดดี้ และพนักงานอื่นๆ

3) ศึกษาผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ โดยการสอบถามข้อมูลจาก

ประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ และมีข้อมูลทางอ้อม โดยการสอบถามจากเจ้าของหรือผู้จัดการ แค้ดดี้ และพนักงานอื่น ผู้ใช้บริการ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะกรณีเหตุเดือดร้อนรำคาญจากกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

4) การศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้จากการสอบถามเจ้าของหรือผู้จัดการ ถึงการใช้

สารเคมี การใช้น้ำ และผลกระทบอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังได้ทบทวนเอกสารเพื่อหาข้อมูลผลกระทบต่อกลุ่มต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อประกอบการพิจารณาอีกด้วย

4.3 กลุ่มตัวอย่าง

ได้สำรวจเก็บข้อมูลสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ 22 แห่ง แบ่งเป็น สนามกอล์ฟ 10 แห่ง และสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ 12 แห่ง ในพื้นที่ 7 จังหวัด โดยการสอบถามข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ดังต่อไปนี้

1) สอบถามผู้ให้บริการแห่งละประมาณ 23 คน รวม 263 คน ประกอบด้วย

(1) เจ้าของหรือผู้จัดการ แห่งละ 1 คน เก็บข้อมูลได้ 22 คน(จาก 22 แห่ง)

(2) แค้ดดี้ แห่งละประมาณ 10 คน เก็บข้อมูลได้ 124 คน (เฉพาะสนามกอล์ฟ 10 แห่ง)

(3) พนักงานอื่นๆ (เช่น คนสวน พนักงานเสิร์ฟ พนักงานขาย พนักงานขับรถกอล์ฟ

พนักงานซ่อมบำรุงรถกอล์ฟ) แห่งละประมาณ 10 คน ซึ่งเก็บข้อมูลได้ 111 คน (จาก 22 แห่ง)

(4) ครูฝึก แห่งละประมาณ 1-2 คน ซึ่งเก็บข้อมูลได้เพียง 6 คน(เฉพาะสนามกอล์ฟ 10 แห่ง)

2) สอบถามผู้รับบริการ แห่งละประมาณ 3-5 คน ซึ่งเก็บข้อมูลได้เพียง 48 คน(จาก 22 แห่ง)

3) สอบถามประชาชนที่อยู่รอบสนามกอล์ฟและบริเวณใกล้เคียงแห่งละประมาณ 5 คน (หลังคาเรือนละ

1 คน) ซึ่งเก็บข้อมูลได้เพียง 10 คน (เฉพาะสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ 12 แห่ง และเนื่องด้วยขณะเข้าไปสัมภาษณ์

ไม่พบผู้อยู่อาศัยในบ้านดังกล่าวจึงเก็บข้อมูลได้เพียง 10 หลังคาเรือนๆละ 1 คน รวม 10 คน)

4) สอบถามข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 20 แห่ง ในพื้นที่ 9 จังหวัด ในเรื่องการออกข้อกำหนดของท้องถิ่น การอนุญาตประกอบกิจการ การตรวจตราดูแล การเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และเรื่องร้องเรียนจากกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

5. ผลการศึกษา

ผลจากการศึกษา พบว่า

1) ผลกระทบต่อสุขภาพของผู้รับบริการและผู้ให้บริการ

กิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟยังมีส่วนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของ

ผู้รับบริการและผู้ให้บริการในการได้รับบาดเจ็บที่เกิดจากลูกกอล์ฟและการตีกอล์ฟมากเกินไป(ผู้ตีกอล์ฟได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย 5 คน/46 คน (ร้อยละ 10.87) และเห็นผู้ตีกอล์ฟคนอื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียทรัพย์สินเสียหาย 9 คน/46 คน (ร้อยละ 19.57) ผู้ให้บริการได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย 39 คน/241 คน (ร้อยละ 16.18)และเคยเห็นผู้ให้บริการคนอื่นได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย 61 คน/241 คน(ร้อยละ 25.31) ทั้งจากการสัมภาษณ์ สอบถาม และจากข้อมูลของอาจารย์ครอบจักร งามมีศรี ซึ่งเป็นคดีความที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และจากข้อมูลการบาดเจ็บจากการตีกอล์ฟมากเกินไปของอาจารย์วีระยุทธ เชาวน์ปรีชา โรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีจำนวนไม่มาก แต่ก็เป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนที่รัฐควรเข้ามาควบคุมกำกับดูแล

2) ผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ

2.1) ข้อมูลจาการสัมภาษณ์ประชาชนที่อยู่รอบสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ จำนวน 4

แห่ง ที่มีบ้านอยู่ติดกับสนามกอล์ฟและระหว่างที่เข้าไปสัมภาษณ์พบมีผู้อยู่อาศัย โดยสัมภาษณ์หลังคาเรือนละ 1 คน รวม 10 คน พบว่าผู้ที่อยู่อาศัยใกล้สนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟบางส่วนได้รับผลกระทบจากลูกกอล์ฟ ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เช่น หลังคา กระจกบ้าน และรถยนต์ (ผู้ตอบแบบสอบถาม 7 หลัง คิดเป็นร้อยละ 70) ทรัพย์สินของตนได้รับความเสียหาย ส่วนอีก 3 หลัง (ร้อยละ 30) ให้ข้อมูลว่า ทรัพย์สินของเพื่อนบ้านได้รับความเสียหาย

2.2) ข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่าจากการตรวจแนะนำสถานประกอบการ มี 2 แห่งที่ลูกกอล์ฟลอยข้ามแผงกั้นออกไปนอกสนามทำความเสียหายให้กับรถยนต์และบ้านที่อยู่โดยรอบ และเคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน 8 แห่ง ได้แก่ เรื่องลูกกอล์ฟโดนหลังคาบ้าน กระจกรถยนต์ที่ขับผ่านมาแตก และเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำคลองสาธารณะและชุมชน การเผาขยะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ควันไฟและฝุ่นละออง เป็นต้น

3) ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในสนามกอล์ฟ

ในการศึกษาครั้งนี้ไม่ปรากฏผลเด่นชัดเนื่องจากเป็นการสัมภาษณ์ สอบถามและค้นคว้าจาก

เอกสารในเวลาสั้นๆ แต่จากผลของการศึกษาในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา พบว่า มีการใช้สารเคมีจำนวนมากและหลายชนิด จากปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และยาปราบศัตรูพืช ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง

4) ความคิดเห็นของผู้ประกอบกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพควรมีการควบคุม แต่ควรเปลี่ยนชื่อใหม่

เพื่อไม่ให้ขัดต่อกิจการที่เป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย ร้อยละ 61.11 และเห็นว่ากิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ ไม่ควรเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ร้อยละ 38.89

5) ข้อมูลการควบคุมการประกอบการกิจการสนามกอล์ฟของต่างประเทศ

การประกอบกิจการสนามกอล์ฟในต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หลายฉบับ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของคนทำงาน กฎหมายควบคุมการใช้

สารเคมี เป็นต้น

ในสหรัฐอเมริกา ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟต้องขอใบอนุญาตซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และ

ใบอนุญาตใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และจะมีการตรวจตราและควบคุมการใช้สารเคมีตามกฎหมาย The Federal

Insecticides, Fungicide and Rodenticide Act. ซึ่งในแต่ละรัฐอาจมีการควบคุมเพิ่มเติม เช่น

Vermont Regulation for Control of Pesticide ส่วนในรัฐแมรี่แลนด์กำลังจะออกกฎหมายเกี่ยวกับการปรับปรุง

พื้นที่ที่จะทำสนามกอล์ฟจำเป็นต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อน โดยให้เหตุผลว่า สนามกอล์ฟมีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงค่อนข้างสูง และใช้ในลักษณะของการรักษาสถานที่ให้เขียวชอุ่มตลอดเวลา

โดยสรุปการประกอบกิจการสนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟก่อให้เกิดผลกระทบทางบวก โดยเฉพาะด้านสุขภาพอนามัยและความสัมพันธ์ของคนกลุ่มต่างๆรวมทั้งผลทางเศรษฐกิจ การสร้างงานแล้ว ยังก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดังนั้นกิจการนี้จึงจำเป็นต้องถูกควบคุมเพื่อให้มีการดำเนินการที่ได้มาตรฐานและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ สังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อมด้วย แต่ทั้งนี้ควรเปลี่ยนชื่อ “กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” เป็น “กิจการที่ต้องควบคุมเพื่อคุ้มครองสุขภาพ” แทน เพื่อสื่อให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ว่าจำเป็นต้องควบคุม แต่ไม่ถึงขั้นที่จะทำให้น่ากลัวอันตราย หรือมองไปในทางลบทั้งหมด

6. การนำไปใช้ประโยชน์

ผลจากการศึกษาครั้งนี้จะใช้เป็นข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทราบ เพื่อประกอบการพิจารณาว่ากิจการดังกล่าวเป็นกิจการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เห็นควรที่จะคงอยู่หรือยกเลิกจากการเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

7. ความยุ่งยากในการดำเนินงาน/ปัญหา/อุปสรรค

ในการศึกษาครั้งนี้มีข้อจำกัด คือ เนื่องจากมีระยะเวลาและงบประมาณจำกัด จึงได้ศึกษา

ข้อมูลจากสนามกอล์ฟ และสนามฝึกซ้อมกอล์ฟที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง และใช้วิธีสอบถามด้วยแบบสัมภาษณ์ ซึ่งจะได้ข้อมูลตามความคิดเห็น ส่วนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้สารเคมีและการใช้น้ำก็ศึกษาด้วยการทบทวนจากเอกสารเป็นหลัก โดยมิได้มีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตลอดจนมีความยุ่งยากในการไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการให้ข้อมูล หรือการตรวจสอบสารเคมีที่ใช้ เป็นต้น

8. ข้อเสนอแนะ

เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการประกอบกิจการสนามกอล์ฟแลสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ คณะผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะดังนี้

1) เงื่อนไขสำคัญของการควบคุมการประกอบกิจการนี้ ควรเน้นหนักที่ให้มีการใช้สารเคมีกำจัด

ศัตรูพืชอย่างถูกวิธี

2) ควรมีมาตรฐานด้านสถานที่เพื่อเป็นการป้องกันอันตราย เช่น ควรตั้งอยู่ห่างจากชุมชน และ

ไม่ควรตั้งอยู่ในเขตเมือง แต่หากมีความจำเป็นควรมีแผงตาข่ายกั้นและมีการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ เป็นต้น

3) ควรจัดให้มีห้องปฐมพยาบาลขั้นต้นที่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติอยู่บริการ

ตลอดเวลาที่สนามเปิดให้บริการและควรจัดทำแผนฉุกเฉินรองรับกรณีมีอันตรายร้ายแรงและจำเป็นต้องส่งรักษาโดยเร่งด่วน

4) ทุกสนามควรจัดอบรมให้กับผู้ให้บริการทุกคน ให้ความรู้ในเรื่องกฎกติกาเกี่ยวกับกีฬา

กอล์ฟสำหรับการปฏิบัติงานครั้งแรก และมีการอบรมทบทวนความรู้เป็นประจำ รวมทั้งต้องมีสวัสดิการประกันสังคมให้กับพนักงานทุกคนด้วย

5) สนามกอล์ฟควรมีกฎกติกาที่เข้มงวด โดยมีการกำหนดระดับความสามารถและทักษะของ

ผู้ที่จะออกรอบ

9. กิตติกรรมประกาศ

การศึกษาครั้งนี้ จะสำเร็จลุล่วงมิได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากคณะอนุกรรมการทบทวนประเภทกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กองสุขาภิบาลชุมชนและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ที่ให้ข้อเสนอแนะและร่วมในการเก็บข้อมูล รวมทั้งความกรุณาของ นายศุมล ศรีสุขวัฒนา หัวหน้ากลุ่มบริหารกฎหมายสาธารณสุข และ นางสาวสิริวรรณ จันทนจุลกะ ผู้อำนวยการกองสุขาภิบาลชุมชนและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งได้ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจมาโดยตลอด จึงขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้

10. เอกสารอ้างอิง

ครอบจักร งามมีศรี , Case Study : กรณีศึกษาปัญหาวงการกีฬากอล์ฟ “ คดีความ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในกีฬากอล์ฟที่น่าสนใจ” http://www.smartgolf.co.th/NO.31-Page.42(1).html 30 June 2005.

ศาสตราจารย์ ดร.สุทัศน์ ยกส้าน , วิทยาศาสตร์น่ารู้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi3/who/golf.htm 29 June 2005.

นายแพทย์วีระยุทธ เชาว์ปรีชา , Golf Injury : กลุ่มอาการปวดชา บริเวณข้อศอก นิ้วนาง นิ้วก้อย ( Cubital Tunnel Syndrome ) http://smartgolf.co.th/NO.35-Page.62(1).html 30 June 2005.

“ Threats to Water Quality Posed by the Proposed PGA Village Development”.

http://www.nopga.com/pages-water quality.htm 14 July 2005.

Attorney General of New York , New York State , Office of New York State Attorney General

Environmental Protection Bureau. “Toxic Fairways:Risk Groudwater Contamination from

Presticides on Long Island Golf Courses”. http://www.oag.state.ny.us/environment/golf95.html 7 July 2005.

“Sport and Environment:Thailand’s Golf Boom”. http://www.cenotes.com/save/ingles/thailand.html

13 July 2005

Chris Syrengelas. “Golf and the Environment”.

http://darwin.bio.uci.edu/-sustain/global/sensem/syrengelas97.html. 13 July 2005.

11. การเผยแพร่

1) นำเสนอผลการศึกษาต่อคณะกรรมการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

2) เผยแพร่ทางเว็บไซด์ของกลุ่มบริหารกฎหมายสาธารณสุข กรมอนามัย

3) เผยแพร่ในวารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 10 ฉบับที่ 4 กรกฎาคม – กันยายน 2551

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ 5/2538 เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

clip_image002

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ที่ 5 / 2538

เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

------------------------------

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข ประกาศให้กิจการดังต่อไปนี้ เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

1. กิจการที่เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์

(1) การเลี้ยงสัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลานหรือแมลง

(2) การเลี้ยงสัตว์เพื่อรีดเอานม

(3) การประกอบกิจการเลี้ยง รวบรวมสัตว์ หรือธุรกิจอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าชมหรือเพื่อประโยชน์ของกิจการนั้น ทั้งนี้ จะมีการเรียกเก็บค่าดูหรือค่าบริการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ก็ตาม

2. กิจการที่เกี่ยวกับสัตว์และผลิตภัณฑ์

(1) การฆ่าสัตว์ ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย การขายในตลาดและการฆ่าเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(2) การฟอกหนังสัตว์ ขนสัตว์ การสะสมหนังสัตว์ ขนสัตว์ที่ยังมิได้ฟอก

(3) การสะสมเขาสัตว์ กระดูกสัตว์ที่ยังมิได้แปรรูป

(4) การเคี่ยวหนังสัตว์ เอ็นสัตว์ ไขสัตว์

(5) การต้ม การตาก การเผาเปลือกหอย เปลือกปู เปลือกกุ้ง ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย และการขายในตลาด

(6) การประดิษฐ์เครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากเปลือกหอย กระดูกสัตว์ เขาสัตว์ หนังสัตว์ ขนสัตว์ หรือส่วนอื่น ๆ ของสัตว์

(7) การผลิต การโม่ การป่น การบด การผสม การบรรจุ การสะสม หรือการกระทำอื่นใดต่อสัตว์หรือพืช หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์หรือพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์

(8) การสะสมหรือการล้างครั่ง

-2-

3. กิจการที่เกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม น้ำดื่ม

(1) การผลิตเนย เนยเทียม

(2) การผลิตกะปิ น้ำพริกแกง น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำเคย น้ำบูดู ไตปลา เต้าเจี้ยว ซีอิ้ว หอยดอง หรือซอสปรุงรสอื่น ๆ ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(3) การผลิต การหมัก การสะสมปลาร้า ปลาเจ่า กุ้งเจ่า ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(4) การตากเนื้อสัตว์ การผลิตเนื้อสัตว์เค็ม การเคี่ยวมันกุ้ง ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(5) การนึ่ง การต้ม การเคี่ยว การตาก หรือวิธีอื่นใดในการผลิตอาหารจากสัตว์ พืช ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย การขายในตลาด และการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(6) การเคี่ยวน้ำมันหมู การผลิตกุนเชียง หมูยอ ไส้กรอก หมูตั้ง ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย การขายในตลาด และการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(7) การผลิตเส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว เต้าฮวย เต้าหู้ วุ้นเส้น เกี้ยมอี๋

(8) การผลิตแบะแซ

(9) การผลิตอาหารบรรจุกระป๋อง ขวด หรือภาชนะอื่นใด

(10) การประกอบกิจการการทำขนมปังสด ขนมปังแห้ง จันอับ ขนมเปี๊ยะ

(11) การแกะ การล้างสัตว์น้ำ ที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกิจการห้องเย็น ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(12) การผลิตน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำโซดา น้ำถั่วเหลือง เครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ บรรจุกระป๋อง ขวดหรือภาชนะอื่นใด บกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(13) การผลิต การแบ่งบรรจุน้ำตาล

(14) การผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำนมวัว

(15) การผลิต การแบ่งบรรจุเอททิลแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ น้ำส้มสายชู

(16) การคั่วกาแฟ

(17) การผลิตลูกชิ้นด้วยเครื่องจักร

(18) การผลิตผงชูรส

(19) การผลิตน้ำกลั่น น้ำบริโภค

(20) การตาก การหมัก การดองผัก ผลไม้ หรือพืชอย่างอื่น ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(21) การผลิต การบรรจุใบชาแห้ง ชาผงหรือเครื่องดื่มชนิดผงอื่น ๆ

(22) การผลิตไอศกรีม ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(23) การผลิตบะหมี่ มักกะโรนี หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

(24) การประกอบกิจการห้องเย็น แช่แข็งอาหาร

(25) การผลิตน้ำแข็ง ยกเว้นการผลิตเพื่อใช้ในสถานที่จำหน่ายอาหารและเพื่อการบริโภคในครัวเรือน

-3-

(26) การเก็บ การถนอมอาหารด้วยเครื่องจักรที่มีกำลังตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป

4. กิจการที่เกี่ยวกับยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ชำระล้าง

(1) การผลิต การโม่ การบด การผสม การบรรจุยาด้วยเครื่องจักร

(2) การผลิต การบรรจุยาสีฟัน แชมพู ผ้าเย็น กระดาษเย็น เครื่องสำอางต่าง ๆ

(3) การผลิตสำลี ผลิตภัณฑ์จากสำลี

(4) การผลิตผ้าพันแผล ผ้าปิดแผล ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

(5) การผลิตสบู่ ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ชำระล้างต่าง ๆ

5. กิจการที่เกี่ยวกับการเกษตร

(1) การอัด การสกัดเอาน้ำมันจากพืช

(2) การล้าง การอบ การรม การสะสมยางดิบ

(3) การผลิตแป้งมันสำปะหลัง แป้งสาคูหรือแป้งอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันด้วยเครื่องจักร

(4) การสีข้าวด้วยเครื่องจักร

(5) การผลิตยาสูบ

(6) การขัด การกระเทาะ การบดเมล็ดพืช การนวดข้าวด้วยเครื่องจักร

(7) การผลิต การสะสมปุ๋ย

(8) การผลิตใยมะพร้าวหรือวัตถุคล้ายคลึงด้วยเครื่องจักร

(9) การตาก การสะสมหรือการขนถ่ายมันสำปะหลัง

6. กิจการที่เกี่ยวกับโลหะหรือแร่

(1) การผลิตโลหะเป็นภาชนะ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ

(2) การหลอม การหล่อ การถลุงแร่หรือโลหะทุกชนิด ยกเว้นกิจการใน (1)

(3) การกลึง การเจาะ การเชื่อม การตี การตัด การประสาน การรีด การอัดโลหะด้วยเครื่องจักรหรือก๊าซหรือ ไฟฟ้า ยกเว้นกิจการใน (1)

(4) การเคลือบ การชุบโลหะด้วยตะกั่ว สังกะสี ดีบุก โครเมี่ยม นิเกิลหรือโลหะอื่นใด ยกเว้นกิจการใน (1)

(5) การขัด การล้างโลหะด้วยเครื่องจักร สารเคมี หรือวิธีอื่นใด ยกเว้นกิจการใน (1)

(6) การทำเหมืองแร่ การสะสม การแยก การคัดเลือกหรือการล้างแร่

7. กิจการที่เกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล

(1) การต่อ การประกอบ การเคาะ การปะผุ การพ่นสี การพ่นสารกันสนิมยานยนต์

(2) การตั้งศูนย์ถ่วงล้อ การซ่อม การปรับแต่งระบบปรับอากาศหรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล

-4-

(3) การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล ซึ่งมีไว้บริการหรือจำหน่าย และในการประกอบธุรกิจนั้นมีการซ่อมหรือปรับปรุงยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกลดังกล่าวด้วย

(4) การล้าง การอัดฉีดยานยนต์

(5) การผลิต การซ่อม การอัดแบตเตอรี่

(6) การปะ การเชื่อมยาง

(7) การอัดผ้าเบรค ผ้าครัช

8. กิจการที่เกี่ยวกับไม้

(1) การผลิตไม้ขีดไฟ

(2) การเลื่อย การซอย การตัด การไส การเจาะ การขุดร่อง การทำคิ้ว หรือการตัดไม้ด้วยเครื่องจักร

(3) การประดิษฐ์ไม้ หวายเป็นสิ่งของด้วยเครื่องจักร หรือการพ่น การทาสารเคลือบเงาสี หรือการแต่งสำเร็จผลิตภัณฑ์จากไม้หรือหวาย

(4) การอบไม้

(5) การผลิตธูปด้วยเครื่องจักร

(6) การประดิษฐ์สิ่งของ เครื่องใช้ เครื่องเขียนด้วยกระดาษ

(7) การผลิตกระดาษต่าง ๆ

(8) การเผาถ่าน หรือการสะสมถ่าน

9. กิจการที่เกี่ยวกับการบริการ

(1) การประกอบกิจการอาบ อบ นวด

(2) การประกอบกิจการสถานที่อาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร

(3) การประกอบกิจการโรงแรมหรือกิจการอื่นในทำนองเดียวกัน

(4) การประกอบการกิจการหอพัก อาคารชุดให้เช่า ห้องเช่า ห้องแบ่งเช่า หรือกิจการอื่นในทำนองเดียวกัน

(5) การประกอบกิจการโรงมหรสพ

(6) การจัดให้มีการแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองแง็ง ดิสโก้เทค คาราโอเกะ หรือการแสดงอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

(7) การประกอบกิจการสระว่ายน้ำ หรือกิจการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

(8) การจัดให้มีการเล่นสเก็ตโดยมีแสงหรือเสียงประกอบ หรือการเล่นอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

(9) การประกอบกิจการเสริมสวยหรือแต่งผม เว้นแต่กิจการที่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

-5-

(10) การประกอบกิจการให้บริการควบคุมน้ำหนัก โดยวิธีการควบคุมทางโภชนาการ ให้อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ การบริหารร่างกาย หรือโดยวิธีอื่นใด เว้นแต่การให้บริการดังกล่าวในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

(11) การประกอบกิจการสวนสนุก ตู้เกม

(12) การประกอบกิจการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ การสาธารณสุข วิทยาศาสตร์ หรือสิ่งแวดล้อม

(13) การประกอบกิจการสนามกอล์ฟหรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

10. กิจการที่เกี่ยวกับสิ่งทอ

(1) การปั่นด้าย การกรอด้าย การทอผ้าด้วยเครื่องจักร หรือการทอผ้าด้วยกี่กระตุกตั้งแต่ 5 กี่ขึ้นไป

(2) การสะสมปอ ป่าน ฝ้ายหรือนุ่น

(3) การปั่นฝ้ายหรือนุ่นด้วยเครื่องจักร

(4) การทอเสื่อ กระสอบ พรม หรือสิ่งทออื่น ๆ ด้วยเครื่องจักร

(5) การเย็บผ้าด้วยเครื่องจักรตั้งแต่ 5 เครื่องขึ้นไป

(6) การพิมพ์ผ้า หรือการพิมพ์บนสิ่งทออื่น ๆ

(7) การซัก การอบ การรีด การอัดกลีบผ้าด้วยเครื่องจักร

(8) การย้อม การกัดสีผ้าหรือสิ่งทออื่น ๆ

11. กิจการที่เกี่ยวกับหิน ดิน ทราย ซีเมนต์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(1) การผลิตภาชนะดินเผาหรือผลิตภัณฑ์ดินเผา

(2) การระเบิด การโม่ การป่นหินด้วยเครื่องจักร

(3) การผลิตเครื่องใช้ด้วยซีเมนต์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(4) การสะสม การผสมซีเมนต์ หิน ทราย หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(5) การเจียระไนเพชร พลอย หิน กระจก หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(6) การเลื่อย การตัด หรือการประดิษฐ์หินเป็นสิ่งของต่าง ๆ

(7) การผลิตชอล์ค ปูนปาสเตอร์ ปูนขาว ดินสอพอง หรือการเผาหินปูน

(8) การผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบหรือส่วนผสม เช่น ผ้าเบรค ผ้าครัช กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องยาง ฝ้าเพดาน ท่อน้ำ เป็นต้น

(9) การผลิตกระจกหรือผลิตภัณฑ์แก้ว

(10) การผลิตกระดาษทราย

(11) การผลิตใยแก้วหรือผลิตภัณฑ์จากใยแก้ว

-6-

12. กิจการที่เกี่ยวกับปิโตรเลี่ยม ถ่านหิน สารเคมี

(1) การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนส่งกรด ด่าง สารออกซิไดส์ หรือสารตัวทำละลาย

(2) การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนส่งก๊าซ

(3) การผลิต การกลั่น การสะสม การขนส่งน้ำมันปิโตรเลี่ยมหรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยมต่าง ๆ

(4) การผลิต การสะสม การขนส่งถ่านหิน ถ่านโค้ก

(5) การพ่นสี ยกเว้นกิจการใน 7 (1)

(6) การประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ด้วยยาง ยางเทียม พลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(7) การโม่ การบดชัน

(8) การผลิตสีหรือน้ำมันผสมสี

(9) การผลิต การล้างฟิล์มรูปถ่ายหรือฟิล์มภาพยนต์

(10) การเคลือบ การชุบวัตถุด้วยพลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(11) การผลิตพลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(12) การผลิต การบรรจุสารเคมีดับเพลิง

(13) การผลิตน้ำแข็งแห้ง

(14) การผลิต การสะสม การขนส่งดอกไม้เพลิงหรือสารเคมีอันเป็นส่วนประกอบในการผลิตดอกไม้เพลิง

(15) การผลิตแชลแล็คหรือสารเคลือบเงา

(16) การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนส่งสารกำจัดศัตรูพืชหรือพาหะนำโรค

(17) การผลิต การบรรจุ การสะสมกาว

13. กิจการอื่น ๆ

(1) การพิมพ์หนังสือหรือสิ่งพิมพ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันด้วยเครื่องจักร

(2) การผลิต การซ่อมเครื่องอิเลคโทรนิคส์ เครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า

(3) การผลิตเทียน เทียนไขหรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(4) การพิมพ์แบบ พิมพ์เขียว หรือการถ่ายเอกสาร

(5) การสะสมวัตถุหรือสิ่งของที่ชำรุด ใช้แล้วหรือเหลือใช้

(6) การประกอบกิจการโกดังสินค้า

(7) การล้างขวด ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว

(8) การพิมพ์สีลงบนวัตถุที่มิใช่สิ่งทอ

(9) การก่อสร้าง

-7-

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2538

อาทิตย์ อุไรรัตน์

(นายอาทิตย์ อุไรรัตน์)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

สำเนาถูกต้อง

ศุมล ศรีสุขวัฒนา

(นายศุมล ศรีสุขวัฒนา)

ผู้อำนวยการศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 112 ตอนที่ 58 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2538

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

CSR สนามกอล์ฟ

ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของสนามกอล์ฟที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สนามกอล์ฟวังจันทร์" โบ้ย น้ำท่วมวัด-บ้านเรือนมาจากอ่างของวัด

 

 

ประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอ่างเก็บน้ำแตก ลงพื้นที่ตรวจสอบ

อ่างเก็บน้ำของวัด ระยอง - สนามกอล์ฟวังจันทร์ ออกโรงโบ้ยเหตุการณ์น้ำท่วมวัด และบ้านเรือนประชาชน สาเหตุมาจากอ่างเก็บน้ำของวัด ด้านกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอ่างเก็บน้ำแตกลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมแจง "สนามกอล์ฟ วังจันทร์" เป็นของบริษัทระยอง เรียลเอสเตท จำกัด
       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอ่างเก็บน้ำ ”อุทยานกอล์ฟวังจันทร์ และอ่างเก็บน้ำวัดธรรมรส รวม 5 อ่าง ปริมาณน้ำหลายแสนลูกบาศก์เมตรไหลท่วมวัดธรรมรส และบ้านเรือนหมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 6 และหมู่ 5 บางส่วนสร้างความเสียหายให้กับวัดและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายนับ 100 หลังคา แม่ชีนวล เชื่อกลางใหญ่ อายุ 46 ปีถูกกระแสน้ำซัดหายไปจนถึงขณะนี้การค้นหายังไม่พบศพแต่อย่างใด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา
       ล่าสุดวันนี้ (12 ต.ค.53) นายวราวุธ ปิ่นเงิน ปลัดจังหวัดระยอง ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอ่างเก็บน้ำแตก พร้อมด้วยนายเวรัชช์ ธาราสมบัติ นายอำเภอวังจันทร์ นายสุเทพ รื่นถวิล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่โยธาธิการ เจ้าหน้าที่ชลประทาน เป็นกรรมการตามคำสั่งนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เข้าร่วมประชุมภายในสนามกอล์ฟอุทยานกอล์ฟวังจันทร์ ร่วมกับนายดำรงค์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท ระยอง เรียลเอสเตท จำกัด เจ้าของสนามกอล์ฟ์ และนายกิตติ เตติวงศ์ ผู้รับเหมาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำสนามกอล์ฟ
       นายดำรงค์ กล่าวว่า สนามกอล์ฟอุทยานกอล์ฟวังจันทร์ ไม่ใช่ของบริษัท ช.การช่าง ที่จริงเป็นของบริษัท ระยอง เรียลเอสเตท จำกัด และชี้แจงว่า อ่างเก็บน้ำของวัดธรรมรส อยู่เหนือวัดรวม 2 อ่าง เนื่องจากคืนเกิดเหตุได้เกิดฝนตกลงมาทั้งคืนจนถึงเวลา 03.00 น. ทำให้น้ำล้นอ่างและแตกจนทำให้น้ำไหลทะลักพัดเอากุฏิแม่ชี ที่อยู่ใต้อ่างเก็บน้ำ ซึ่งแม่ชีกำลังนอนป่วย ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ถูกกระแสน้ำพัดหายไป น้ำได้ไหลเข้าท่วมวัดอย่างรวดเร็ว
       ส่วนอ่างเก็บน้ำของสนามกอล์ฟ อยู่ห่างเหนืออ่างเก็บน้ำของวัด 2 กิโลเมตร ก่อนเกิดเหตุขณะฝนกำลังตกหนักได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สนามกอล์ฟว่า น้ำในอ่างได้เพิ่มระดับขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเวลา 06.00 น.คืนเกิดเหตุน้ำในอ่างล้นเจ้าหน้าที่ได้ขุดเจาะด้านข้างอ่างเพื่อระบายน้ำลดความดันของน้ำ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานได้จึงเกิดแตก น้ำได้ไหลมายังอ่างเก็บน้ำของวัดที่แตกก่อนหน้าแล้ว อ่างเก็บน้ำวัดแตกก่อน แล้วอ่างเก็บน้ำสนามกอล์ฟแตกทีหลัง
       นายดำรงค์ กล่าวปฏิเสธว่า สาเหตุอ่างเก็บน้ำแตกจนทำให้วัดและกุฏิพังเสียหายเกิดจากอ่างเก็บน้ำของทางวัดไม่ใช่เกิดจากอ่างเก็บน้ำสนามกอล์ฟแต่อย่างใด พร้อมอ้างว่า มีพยานหลักฐานและมีนายกิตติ ผู้รับเหมาอยู่ในเหตุการณ์ตลอด ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบพยานได้ตามข้อเท็จจริง
       ต่อมานายดำรงค์ ได้พาคณะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสื่อมวลชนเดินทางไปดูอ่างเก็บน้ำของวัดธรรมรส และอ่างเก็บน้ำของสนามกอล์ฟ
       ด้านนายเวรัชช์ กล่าวว่า ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งบ้านเสียหาย เข้ามาลงชื่อที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป่ายุบใน ขณะนี้มีจำนวน 140 ราย และได้มีผู้ใจบุญนำเงินมาช่วยเหลือจำนวน 50,000 บาท จึงมอบให้เจ้าอาวาสวัด และมีการนำอาหารมาถวายพระที่วัด ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการ แล้วรายงานให้ผู้ว่าราชการทราบ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ จะเป็นผู้แถลงข่าวคนเดียวเท่านั้น
       นายพัฒนพงศ์ ชุ่มบุญยืนยง นายก อบต.ป่ายุบใน กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุการณ์อ่างเก็บน้ำแตกทำให้ประชาชนและวัดได้รับความเสีย หายนั้น ต้องรองบประมาณจากจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ขออนุมัติเสียก่อน เนื่องจาก อบต.ไม่มีงบประมาณ ในขณะนี้ยังไม่มีงบลงมาช่วยเหลือแต่อย่างใด มีแต่ภาคเอกชนยื่นมือช่วยเหลือเบื้องต้น ทางด้านเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวังจันทร์นำพยาบาลเข้ามาดูแลตรวจสุขภาพและโรคที่มาจากน้ำให้ชาวบ้าน
       นายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์ อดีตกำนันตำบลป่ายุบใน กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านยังหวาดผวาเกรงอ่างเก็บน้ำที่เหลือจะแตกซ้ำ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืน ขณะนี้ได้ประสานจากทางสนามกอล์ฟ ให้เข้ามาดูแลตั้งเต็นท์จัดทำอาหารให้เจ้าหน้าที่ที่เข้ามากู้ซากปรักหักพัง
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่วัดและบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พบศพแม่ชีนวล เชื้อกลางใหญ่แล้ว ในบริเวณวัด โดยถูกต้นไม้และซากปรักหักพงทับจนเสียชีวิต

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ห่วงสิ่งแวดล้อมมากกว่ากอล์ฟ

เวียดนามห่วงประชาชนมากกว่าคนรักกอล์ฟ ชะลอแผนการสร้างสนามกอล์ฟ หวั่นแย่งพื้นที่ปลูกข้าว

โดย : ประชาไท วันที่ : 29/7/2551

รัฐบาลคอมมิวนิสต์เวียดนามห่วงใยในปัญหาวิกฤตอาหาร แช่แข็งระงับโครงการขยายสนามกอล์ฟทั่วประเทศกว่า 140 แห่งออกไปก่อน หวั่นเกรงสนามกอล์ฟทั้งหลายจะไปแย่งชิงพื้นที่ปลูกข้าวของชาวเวียดนาม และชาวนาที่สูญเสียที่ทำกินไปสร้างสนามกอล์ฟนั้นได้รับค่าชดเชยประมาณ 2 – 3 ดอลลาร์ต่อตารางเมตรเท่านั้น

ทั้งนี้ประมาณกันว่าเวียดนามจะมีสนามกอล์ฟใหม่ 140 แห่ง ทั้งที่กำลังก่อสร้างและกำลังวางแผนสร้าง ซึ่งกินเนื้อที่ถึง 50,000 เฮคเตอร์ (มากกว่า 120,000 เอเคอร์)

โดยสนามสนามกอล์ฟใหม่ๆ มักจะได้รับใบอนุญาตมากกว่าสัปดาห์ละ 1 แห่ง ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนจากต่างชาติที่ขยายตัวในช่วงที่ผ่านมา โดยปีที่แล้วเวียดนามมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจถึง 8.5%

แต่ปัจจุบันนี้เวียดนามต้องเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นสองหลัก ราคาอาหารที่แพงขึ้น ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องตัดสินใจชะลอการอนุญาตให้สร้างสนามกอล์ฟเหล่านั้นไว้ก่อน

โดยทางรัฐบาลเวียดนามประกาศว่าต้องระงับการออกใบอนุญาตให้กับสนามกอล์ฟแห่งใหม่ไว้ก่อน หากสนามกอล์ฟแห่งใหม่ที่จะสร้างนั้นสร้างในเขตพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวเป็นหลัก

ขณะนี้ประเทศเวียดนามมีสนามกอล์ฟที่เปิดให้ใช้งาน 13 แห่ง แต่การขออนุญาตเพื่อสร้างสนามกอล์ฟแห่งใหม่ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียงเมืองหลวงฮานอย และรอบๆ เมืองเศรษฐกิจทางตอนใต้อย่างโฮจิมินห์ ซิตี

เช่นเดียวกับที่ ลองอัน เมืองใกล้ๆ กับโฮจิมินห์ ซิตี มีการออกใบอนุญาตสร้างสนามกอล์ฟถึง 18 แห่ง ทั้งนี้ชาวนาหลายพันคนในเวียดนามต้องสูญเสียที่ดินทำกินไป โดยชาวนาเหล่านั้นได้ค่าชดเชยจากที่ดินที่เสียนำไปสร้างสนามกอล์ฟประมาณ 2 – 3 ดอลลาร์ต่อตารางเมตรเท่านั้น

นอกจากนี้สนามกอล์ฟยังเป็นตัวการในการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก เพราะสนามกอล์ฟ 18 หลุมนั้นต้องใช้น้ำวันละ 5,000 คิวบิคเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคของประชาชน 20,000 ครัวเรือน รวมถึงยังสารเคมีมากกว่าการทำการเกษตรถึง 3 เท่า

ในช่วงระหว่างการเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจของเวียดนามตั้งแต่ปี 2000 – 2006 นั้น พบว่าพื้นที่ในการปลูกข้าวของเวียดนามลดลงจาก 4.5 ล้านเฮคเตอร์ เหลือ 4.1 ล้านเฮคเตอร์ เป็นเหตุมาเพราะการเพิ่มขึ้นของพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่ที่อยู่อาศัย

……..

ที่มา:

Vietnam to freeze new golf courses to protect rice farms  - AFP via Yahoo! News, July 27 2008

ฟังดูเหมือนจะขัดแย้ง

ฟังดูแล้วเหมือนจะขัดแย้งในตัวเอง...
เมื่อก่อนสมัยทำงานอนุรักษ์..จะรู้สึกอินส์ มาก..เมื่อได้ยินเพลง"เขาใหญ่2" ในเนื้อหา.."เล่นกอล์ฟลานกว้าง เป็นล้านๆ ตารางวา แค่มีเจตนาให้ลงหลุมเล็กนิดเดียว พ่อเจ้าประคุณสนุกกี่คนกันเชียว ทำท่าสุดแสนหวาดเสียว เมื่อลูกวิ่งลงหลุมรู.." แอนตี้อย่างมากมาย..
เขาว่ากันว่า "เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น" เป็นอย่างนี้ นี่เอง..

นึกถึงคำพูดของประธานโอ๋..แห่งชมรมอนุรักษ์ฯ เคยพูดไว้เมื่อวันที่เราไปอำลากันที่เขาแผงม้า..

"ผมไม่ขอสัญญาว่าจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม..มันเป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริงเพราะผมทำงานด้านวิศวกรรม ต้องมีผลกระทบบ้าง..แต่ขอสัญญาว่า..จะพยายามรักษาและดูแลให้กระทบกระเทือนให้น้อยที่สุด" 

พอมาถึงตัวเอง...โอ้โห..หนักกว่าแฮะ..จากบทเพลงที่เราร้องตะโกนลั่น คุรุสัมมนาคาร รวมถึง ตะโกนข้ามเขาแผงม้าในเวลานั้น...มาถึงวันหนึ่ง..มีอันต้องเข้ามาทำงานในสนามกอล์ฟ..ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน..ว่าจะมาบรรจบกันได้ กับอาชีพของเรา..."สถาปนิกโครงการ"..บังเอิญเป็นบ้านในสนามกอล์ฟ..เฮ่ออออ!!!!!

เคยนั่งคุยกับเพื่อนถึงอนาคต ที่ฝันอยากอยู่แบบเงียบสงบ ในหมู่บ้านเล็กๆ ตอนที่ไปใช้ชีวิตอยู่หมู่บ้านคลองทรายเรามีความสุขกันมาก ..ทุกคนมีชีวิตและสภาพแวดล้อมทางครอบครัวที่แตกต่างกัน วันหนึ่งเราได้มาเจอมารวมตัวกัน ใช้ชีวิตเรียบง่ายด้วยกัน ทำสิ่งดีดี ร่วมกัน..สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความสุข และมีความฝัน หลายคนฝันอยากใช้ชีวิตที่สงบสุข เรียบง่าย อยู่ป่าเขาตามประสา บ้างก็อยากเป็นครูสอยเด็กตามดอย ตามหมู่บ้านทุรกันดาน แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถที่จะทำตามฝันได้เสมอไป..ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่าง..แต่ก็มีเพื่อน และพี่ๆ น้องๆ ในชมรมหลายคน ที่เดินตามความฝันของตนได้สำเร็จ นั่นด้วยสภาพแวดล้อมทางครอบครัวเอื้ออำนวย..แต่อีกหลายคน รวมถึงพวกเราด้วย ที่ไม่ได้มีสภาพครอบครัวที่พร้อมจะทำอะไรก็ได้ตามใจฝัน แต่เรายังต้องดิ้นรน ต่อสู้ในสภาพสังคมปัจจุบันเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยทางสังคม ยังต้องดูแลพ่อแม่ ดูแลครอบครัว อีกมากมาย..

แต่ชีวิตในสนามกอล์ฟก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราเคยคิด หรือจากภาพที่เราเคยวาดไว้ในสมัยก่อน "เขาต้องตัดต้นไม้ใหญ่กี่ต้น เพียงเพื่อจะมาปลูกหญ้าให้เป็นสนามเขียวๆ" ที่อื่นเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่อย่างน้อย สนามกอล์ฟที่เราไปอยู่ ก็ไม่เคยตัดตันไม้ใหญ่แม้แต่ต้นเดียว  เพียงปรับพื้นที่รกร้างให้เรียบแล้วปลูกหญ้าแต่หาไม้ประดับอื่นๆ มาตกแต่งเท่านั้น..ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่ง..ขอบคุณเจ้าของสนาม..(แต่เวลาครบทีมครบแก๊งค์กับพี่ๆ ที่ทำงานสนาม ก็ยังแอบตะโกนร้องเพลงนี้ ตอนดึกๆ หลังแค้มป์พักคนงานเหมือนกันนะ..แล้วก็มองซ้ายมองขวา เจ้านายจะได้ยินมั้ยเนี่ย..เขาจะไล่เราออกมั้ยเนี่ย!!)